ขอจงทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าคณะสมาชิกไดอารีอีส.คอม

“I love it here”

 

 

จะย้ายไปบอสตันละก็ใจหาย คราวนี้ไม่ใช่ใจหายที่จะจากลาซานดิเอโก แต่ที่จะต้องจากลาเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า โปรเจ็ค และ consultants อื่นๆที่ได้ร่วมงานกัน ถึงแม้ว่าการย้ายไปบอสตันครั้งนั้น จะเป็น internal transfer เรายังอยู่กับบริษัทเดิม แต่การย้ายไปออฟฟิศใหม่ นั่นหมายถึงเจ้านายคนใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ ลูกค้าใหม่ โปรเจ็คใหม่ เอาเป็นว่า สิ่งใหม่ๆภายใต้การทำงานจะเปลี่ยนไป 50% ถึงแม้ระบบงานระบบเดิม หน้าที่การงานคงมากขึ้น ความรับผิดชอบยังคล้ายอย่างเดิม อาจจะแต่งต่างกันตามลักษณะโปรเจ็คที่ได้รับมอบหมาย

 

วันก่อนผู้บริหารส่วนทาง West ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของบริษัทส่วนฝั่งกลางประเทศ รวมทั้งทิศตะวันตก จนไปถึงฮาวายและกวม รวมกว่า 20 กว่าออฟฟิศ เค้ามาเยี่ยมเยียนทุกออฟฟิศเพื่อสรุปผลสำงานสำหรับ fiscal year ที่ผ่านมาพร้อมกับส่งเสริมเพื่อให้พนักงานฮึกเฮิมที่จะทำงานในปีต่อไป ประชุมครั้งนี้ พูดถึงผลงานที่ออฟฟิศซานดิเอโกได้รับ และประสบผลสำเร็จ ฟังๆแล้วใจหาย ได้ประชุมกับทุกคนในบริษัท ความเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร คนใหญ่โต หรืออินเทินตัวเล็กๆ เรามองไปรอบห้องประชุม การประชุมที่มีแต่ความสุข และถามไถ่ใส่ใจของผู้บริหาร มองดูดีๆ อืมมม คนที่ทำงานที่ออฟฟิศนี้ มีแต่ย้ายมาจากออฟฟิศอื่นทั้งนั้น หรือไม่ก็มาจากบริษัทอื่น ทุกคนเลือกที่จะมาที่นี่ เพราะสิ่งดีๆแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่มาจากทางเหนือ ทางตะวันออก หรือแม้แต่จากออฟฟิศที่ UK หรือ ออสเตรเลีย

 

ผู้บริหารถามเค้าว่า ทำไมคุณถึงย้ายมาจากออฟฟิศที่ UK เค้าบอกว่า เค้ามาเพื่อ “ความก้าวหน้าและสิ่งที่ดีกว่า” นี่ขนาดบริษัทเดียวกันนะ ต่างออฟฟิศก็ให้คนทำงานรู้สึกไม่เหมือนกันได้ ผู้บริหารจึงถามต่อว่าแล้วคุณคิดอย่างไรกับออฟฟิศที่ซานดิเอโกนี้ เค้าตอบกลับไปว่า “I love it here”

 

มันสั้น และ ฟังเผินๆอาจจะไม่มีความหมายมากนัก แต่สำหรับเรา คนที่จะจากลาออฟฟิศนี้ไปอย่างเรา พูดตามตรงว่าความรู้สึกลึกๆตอนนี้คือ ....

 

“กลัว”

 

กลัวว่า การจากลาออฟฟิศนี้ เพื่อไปอยู่อีกออฟฟิศนึง มันจะให้ความสุขกับงานเราได้ไม่เหมือนเดิม

 

 

เราผ่านงานมา 3 บริษัทแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริษัทบิ๊กใหญ่โตและมีอำนาจของแคลิฟอร์เนีย (Caltrans) หรือองค์กรสำคัญของซานดิเอโก (SANDAG) ผ่านและเห็นอะไรมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้คน ระบบการทำงาน และเนื้องาน ตอนอยู่ Caltrans นั้นรัก Caltrans มาก เนื้องานนั้นไม่เท่าไหร่ ทำไปนานๆแล้วเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโง่ลง เพราะงานจะเริ่มเป็น routine แถม organization ก็ไม่เป็นระบบ คนทำงานอืดอาดชักช้า อืมมม พูดยังไงดีหละ แบบว่า ระบบราชการนั่นหละ ส่วนดีของที่นั่นคือ มีเจ้านายที่ดีมากกกกกกกก ถึงมากที่สุด เป็นเจ้านายคนเดียวในชีวิตจนถึงบัดนี้ที่เรารู้สึกได้ว่าเค้ารักและเอ็นดูเรามาก แบบว่ามากจริงๆเกินหน้าที่ ถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ พร้อมทั้งคอยพร่ำสอน คอยตักเตือนในสิ่งทีควรและไม่ควร ดังนั้นตัวงานมีปัญหา หรือ น่าเบื่อเพียงใด เจ้านายและเพื่อนร่วมงานนี่หละ มีผลมากๆ

 

พอเราได้ offer ที่เรามองตอนนั้นว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่า นั่นคือ SANDAG ซึ่งเรามองว่า organization นั้นเป็นระบบ คนทำงานที่ SANDAG มีความสามารถ กระตือรือร้น คือเป็นราชการแต่ระบบเอกชน ฉะนั้น ผลตอบแทนจะดีมาก และการทำงานก็รวดเร็วทันใจ ไม่ใช่ช้าอืดอาด สิ่งที่ตอนนั้นคิดว่าเป็น the right move กลับไม่เป็นอย่างทีคิด ถึงแม้ว่าคนที่ทำงานที่นี่จะมีความสามารถ แต่มนุษย์สัมพันธ์แย่ที่สุด แล้วเป็นกันทั้งบริษัท ไม่ทราบว่าเครียดอะไรกันนักหนา แค่เดินผ่านกันในออฟฟิศ หรืออยู่ในลิฟท์เดียวกัน กลับทักทายกันไม่ได้ เชิ่ดหน้าใส่ดั่งเป็นราชินี แต่พอต้องการอะไรจากเรานั้น กลับมาเป็นอี๋อ๋อจี๋จ๋า เกลียดคนประเภทนี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเพือ่นฝูงหรือชีวิตการทำงาน เกลียดมาก และนี่ไม่ได้เป็นการเหมารวม เพราะคนในบริษัท 80% เป็นอย่างนี้กันหมด เคยเปรยๆให้คนนึง (ที่ดีๆ) ฟัง เค้าบอกว่า รอก่อนเถอะ รอเธอทำงานที่นี่สักพัก เดี๋ยวเค้าก็ดีกับคุณเอง

 

ก็จริง 8 เดือนผ่านไป ทุกคนดีกับเรามากขึ้น เพราะเหมือนว่าได้รู้แล้ว ว่าเราเข้ามาที่นี่ทำอะไร มีหน้าที่อะไร .... คนอ่านคงถาม แล้วมันเกี่ยวกันยังไง

 

ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าคนเราจะทักทายเพื่อนมนุษย์เดินสวนทางกันไม่ได้ ทำไมจะต้องให้ทราบก่อนว่าฉันเป็นใครมาจากไหน หรือทำงานหน้าที่อะไร

 

จำได้ว่าระหว่างทำงานที่ SANDAG มีเรื่องบ่นให้ท๊อปฟังทุกวัน วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร คือมันจุดที่รับไม่ได้จริงๆ และระบบที่นี่ คือ คนใหญ่โตก็ใหญ่โตไป คนตัวเล็กๆอย่ามาแหยเสร่อพูดจากับฉันนะ .... มันเป็นแบบนี้จริงๆ พอถึงจุดพีค และได้ระบายกับเจ้านายเก่าที่ Caltrans ท่านก็น่ารักมากกกกกกกกกกกกก ติดต่อเราให้รู้จักกับคุณเคน ซึ่งเป็น VP ของ Parsons Brinckerhoff นี่หละ เราเคยเจอคุณเคนก่อนหน้านั้นแล้ว เป็นหัวเรือใหญ่ของออฟฟิศที่ซานดิเอโก แต่เป็นกันเองเหมือนกับว่าเป็นเพื่อนรุ่นเราเลย ทำให้เราไม่เกร็ง และก็ได้ความรู้สึกดีๆ และสัมผัสได้กับการบริหารของเค้า

 

 

ตัดสินใจในทันที ยื่น 4 weeks notice และ สะบัดตูดโดยไม่แลหลัง

 

 

และเพิ่งมารู้สึกตัวเองตอนนี้เองว่า ตั้งแต่เรามาอยู่กับบริษัทนี้ เราไ่ม่เคยบ่นเรื่องงาน เรื่องเพื่อนร่วมงาน หรือเรื่องลูกค้าให้ท๊อปฟังเลย เพราะมันไม่มีอะไรจะบ่นเลย ทุกอย่างมีความสุขมาก สุขกับงาน สุขกับลูกค้า สุขกับเพื่อนร่วมงาน .... ถึงแม้ว่างานจะยาก จะท้าทาย และบางทีก็น่าปวดหัว แต่เราก็สนุกกับการแก้ปัญหา เพราะมีเจ้านายดีๆ มีเพื่อนร่วมงานดีๆคอยช่วยเหลือ และปรึกษากัน

 

เลยอยากจะบันทึกไว้ว่า กับความรู้สึกกับบริษัทนี้ ออฟฟิศที่ซานดิเอโกนี้ “I love it here”

 

 

....

 

 

เรากลัวอะไรน๊า ตอนนี้มันกลัวหลายอย่าง กลัวเพื่อนร่วมงานที่โน่นจะไม่เฮฮาเป็นกันเองเหมือนทีนี่ หรือว่า อาจจะเป็นเพราะว่าเรามีความรู้ทางด้านโปรเจ็คที่เราได้รับมอบหมายอยู่ตอนนี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยู่ใน comfort zone

 

 

ก็ต้องก้าวหน้าต่อไป ถ้ากลัวก็ไม่ได้ขึ้นสูงไปสักที ยังไงก็บริษัทเดียวกัน มันต้องมีอะไรดีบ้างหละวะ

 

(fingers crossed)

 

 

<< Overdose/ TOT

 

  ตุลาคม
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
[ archive / ไดอารีทั้งหมด ]




- takchalita.multiply.com

eXTReMe Tracker